จังหวะซวยจะเจอที่ห้องเช่าสุดหลอน

เป็นเรื่องของน้องแฟนครับ ประมาณปี49 น้องแฟนผมครับได้ตามผมมาอยู่ที่พิจิตรด้วย รวมทั้งแม่ยายพ่อตาแฟน น้องแฟน2คนชายหนึ่ง หญิงหนึ่งลงมากันจากกรุงเทพครับ คนที่เจอเป็นน้องผู้ชายครับ วันนั้นผมเป็นคนไปหาบ้านเช่าได้ครับเป็นบ้านสองชั้นมีดาดฟ้าด้วยบรรยายกาศก็ร่มรื่นน่าอยู่ดีดูไม่น่าจะมีอะไร แต่แล้ววันนั้นน้องแฟนผมเขาเพิ่งกลับจากที่ทำงานมา ประมาณ3ทุ่มกว่าๆแล้ว วันนั้นวันที่เค้ากลับมารู้สึกว่าไม่มีใครอยู่บ้านกันเลยสักคนไปตลาดนัดกันหมด น้องแฟนผมเขากลับมาด้วยความเหนื่อยจึงไม่ได้สังเกตุเห็นว่าห้องน่ะล็อกใส่กุญแจอยู่นะ พอมาถึงบ้านเขาก็ตะโกนเรียกแม่ทางหน้าต่าง บอกแม่ๆเปิดประตูให้หน่อย พร้อมกลับมองลอดหน้าต่างเข้าไป ก็เห็นเป็นคนเนี่ยแหละครับกำลังขึ้นบันไดบ้านไป แต่ไม่ใช่ลักษณะเดินนะครับ ประมาณแบบว่าลอยขึ้นไปน่ะครับ ทีนี้เขาก็เหลือบไปมองที่ประตูเห็นว่ามันล็อคอยู่นี่หน่าแล้วใครกันน่ะ แล้วดูลักษณะการแต่งตัว ของผีที่เห็นจะนุ่งผ้าแบบผ้าซิ่นสีแดงน่ะครับ น่ากลัวมากแต่โชคดีตอนที่เค้าลอยขึ้นไปไม่หันมายิ้มแล้วก็เปิดประตูให้ ถ้างั้นก็ตัวใครตัวมัน สรุปตอนย้ายออกมาน้องๆที่ทำงานผมเขาบอกว่าพี่อยู่ได้ไงที่เนี่ยมีคนแก่เคยเป้นลมตายที่นี่นะ แทบช็อกครับดีที่ผมไม่เจอ

Posted in ผี อาถรรพ์ | Tagged , , | Leave a comment

วิญญาณ อาถรรพ์” นักเรียนสาว ม.2

พ่อ”น้องน้ำฝน”น.ร.สาววัย 16 ปี ระบุเมื่อเดือนก่อนลูกขี่จักรยานเล่นชายหาดแล้วหายไปนาน พอออก ตามหาก็พบลูกอยู่ในบ้านร้างที่ชาวบ้านลือกันว่าเป็นบ้านผีสิง จากนั้นลูกสาวก็มีอาการแปลกประ หลาด ไม่ร่าเริง เปลี่ยนเป็นเงียบซึม ไม่ค่อยพูดจา เวลาพูดก็จะลงท้ายว่า”ครับผม”ตลอด ไม่ยอมทานข้าวไม่ยอมนอน จนต้องหยุดเรียนมา 1 เดือนแล้ว พาไปหาหมอก็บอกว่าบกพร่องด้านความคิดและจิตใจ รักษาไม่หาย

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีนักเรียนสาวชั้น ม.2 ล้มป่วยเป็นโรคประหลาด ทราบว่าชื่อน.ส.หยาดพิรุณ ศรจันทร์วงษ์ หรือน้ำฝน อายุ 16 ปี

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนบ้านบางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีอาการเจ็บป่วยแปลกๆ หลังจากที่ได้หลงเข้าไปในบ้านผีสิงชายหาดบางเสร่ โดยชาวบ้านร่ำลือกันว่าน้องน้ำฝนมีอาการประหลาด เวลาพูดจะลงท้ายว่า “ครับผม” ทุกครั้ง มีอาการตัวแข็งทื่อ ตาขวาง ไม่ค่อยยอมหลับยอมนอน ไม่ค่อยรับประทานอาหาร สร้างความเป็นห่วงให้กับพ่อ แม่ และครูเป็นอย่างมาก ขณะนี้ต้องพักการเรียนมากว่า 1 เดือนแล้ว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รุดไปที่บ้านพักของน้องน้ำฝน ที่บ้านพักเป็นไม้ชั้นเดียว หลังคามุงสังกะสี ปลูกอยู่ริมถนน หมู่ที่ 7 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

พบนายเปีย ศรจันทร์วงษ์ อายุ 52 ปี มีภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านเลขที่ 81/31 หมู่ที่ 3 ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง ผู้เป็นพ่อ และนางบุญช่วย ศรจันทร์วงษ์ อายุ 45 ปี ผู้เป็นแม่ กำลังดูแลน้องน้ำฝนอย่างใกล้ชิด พร้อมกับบอกว่าลูกสาวป่วยมานานกว่า 1 เดือน ต้องเสียการเรียน เพราะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ มีอาการเหม่อลอย วันๆ ไม่ค่อยพูดจาและรับประทานอาหาร กลางคืนมักจะไม่ยอมนอน และพยายามออกนอกบ้านอยู่ตลอดเวลา

นายเปีย ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาได้พาน้องน้ำฝนไปเที่ยวชายหาดบางเสร่

โดยปล่อยน้องน้ำฝนขี่จักรยานเล่น จากนั้นก็หายไปนาน ตนจึงได้ออกตามหา และพบน้องน้ำฝนอยู่ในบ้านผีสิงชายหาดบางเสร่ จึงได้พาออกมา ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันนี้น้องน้ำฝนมักมีอาการแปลกๆ อยู่เสมอ ไปตรวจที่โรงพยาบาลแพทย์บอกว่ามีความบกพร่องทางด้านความคิดและจิตใจ เมื่อพาไปรักษาอาการก็ไม่ดีขั้น จึงมีคนแนะนำว่าให้รักษาด้วยการให้พระ หรือพราหมณ์อาบน้ำมนต์ให้จะดีที่สุด

“หลังจากไปเจอตัวลูกสาวในบ้านผีสิงก็พบว่าน้องน้ำฝนมีอาการประหลาด ไม่เหมือนเดิม บางครั้งเหม่อลอย ไม่ยอมทานข้าวปลา พูดจาห้วนๆ ทั้งที่แต่ก่อนเป็นเด็กร่าเริง เวลาพูดก็จะลงท้ายว่าครับผมตลอดเวลา เหมือนกับเป็นผู้ชาย ผมกับแฟนตกใจมาก พาไปหาหมอก็บอกว่าเป็นอาการด้านจิตใจและความคิด เฝ้าดูแลมาตลอดเดือนกว่าก็ไม่เห็นดีขึ้นเลย ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับการเข้าไปในบ้านผีสิงหรือเปล่า ตอนนี้กลุ้มใจมาก อยากรักษาให้หาย ลูกจะได้กลับมาเป็นปกติ” นายเปียกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบ้านผีสิงหลังนี้เป็นที่ร่ำลือกันมากในพื้นที่ เป็นบ้าน 2 ชั้น มีห้องใต้ดิน เคยใช้ในการถ่ายหนังเรื่องไอ้งูเห่า มีสมบัติ เมทะนี เป็นพระเอก อรัญญา นามวงศ์ เป็นนางเอกในยุคนั้น

ต่อมาบ้านถูกปล่อยร้างไว้หลายสิบปี วัยรุ่นจึงนิยมเข้าไปมั่วสุมเสพยาเสพติด เคยมีคดีวัยรุ่นพาสาวเข้าไปข่มขืน ล่าสุดเป็นที่นิยมของนักศึกษาเข้ามาพิสูจน์กันว่าวิญญาณมีจริงหรือไม่ มีรายการเรื่องวิญญาณมาถ่ายทำหลายครั้ง ส่วนเรื่องวิญญาณเฮี้ยนจริงหรือไม่นั้นชาวบ้านไม่มีใครกล้าผ่านเข้าซอยบ้านหลังนี้อยู่แล้ว เพราะมีต้นไม้รกทึบ น่ากลัว วังเวง และเมื่อไม่นานมานี้มีกลุ่มวัยรุ่นบุกมาพิสูจน์บ้านผีสิงหลังนี้ ปรากฏว่าช่วงขับรถออกไปเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำจนมีผู้เสียชีวิต

Posted in ผี อาถรรพ์ | Leave a comment

ผีสาวขี้เหงา

อันนี้เป็นเรื่องของเพื่อนเรา ชื่อไอ้อาร์ต มันเป็นเกย์อ่ะ ปกติมันก็แต่งชายและขอบอก หล่อมากกก คือถ้าไครไม่รูก็เคลิ้ม แต่ถ้ารุก็ว้ายๆๆนี่มันแอบนี่หว่า อะไรเงี้ย แต่นิสัยมันดีนะ(ถ้าอ่านเจออย่าว่ากันนะอาร์ต) คือมันก็เช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่ที่แถวๆบางแค

ที่นักศึกษาเยอะๆ เพื่อนเราเรียน ม.ที่ขึ้นต้นด้วย ส ลงท้าย ม อ่ะ คิดเอานะ คือมันเช่าชั้นบนสุดเพราะไอ้ความที่เป็นคนรักสันโดษของมันนี่แหละที่ทำให้มันเจอดี วันที่เกิดเรื่องเป็นวันพระ มันนอนตอนโพล้เพล้ซึ่งเป็นเวลาห้ามนอน (คือมันจะไปเที่ยวผับมันเลยนอนเอาแรงก่อน) ระหว่างที่มันนอนน่ะ มันก็ครี่งหลับครึ่งตื่นนะ มันเห็นผู้หญิงอยู่บนเพดาน ลักษณะ คือเห็นแค่ครึ่งตัวโผล่มา ผมยาวปรกมาเกือบถึงหน้ามัน

แล้วมีเสียงโดยที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ขยับปาก บอกว่าขอนอนด้วย ข้างบนมันหนาว แล้วด้วยความที่มันเป็นคนไม่กลัวผี คิดว่าตัวเองฝัน มันก็บอกว่ามานอนซิ ผู้หญิงคนนั้นก็ค่อยๆปล่อยตัวลงมาค่อย ที่นอนที่มันนอนมันบอกว่ามันยวบๆด้วยนะ ระหว่างที่จะหันไปดูว่าเป็นไครมันบอกว่าหันไม่ได้เหมือนโดนตรึงเอาไว้ และผู้หญิงคนนั้นก็ชวนคุย

และเหมือนขอ…ด้วย แต่ด้วยเพื่อนเรามันไม่ชอบ ญ มันเลยปฎิเสฐไป ผู้หญิงคนนั้นก็เลยชมว่าเป็นผู้ชายที่ดีนานๆเห็นที แล้วก็หายไปโดยลอยไปที่เพดาน จังหวะนั้นนาฟิกาที่มันปลุกไว้ 1 ทุ่มครึงก็ปลุก กริ๊งมันบอกว่ามันเห็นทุกอย่างปกติ แสดงว่ามันไม่ได้ฝัน มันเลยไม่ไปแล้วเที่ยวผ่งเที่ยวผับ วิ่งไปบอกยาม

แต่ยามบอกว่าเพิ่งมาอยู่เลยไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ ระหว่างนั้นมีแม่บ้านคนนึงเดินมาแล้วได้ยินเลย ชวนมันไปคุยที่สวนหลังอพาร์ทเม้นท์ บอกว่าเมือ 2-3 ปีก่อนมีผู้หญิงคนนึง ฆ่าตัวตายโดยการลงไปในอ่างเก็บน้ำบนอพาร์ทเม้นท์ เพราะน้อยใจแฟนปันใจให้ ญ อื่น ป้าเป็นคนทำความสะอาด บอกว่าใส่ชุดนอนสีขาวใช่มะ

ก้อตรงทุกอย่างนะกับที่เพื่อนเราเห็น ป้าเขายังบอกอีกว่า ที่นี่มีชายหนุ่ม ไหลตาย คืออยู่ดีดี นอนอยู่ก็ตาย ประมาณ ศพละ ปี และก่อนที่จะตายส่วนใหญ่บอกว่าฝันเห็น ญ มานอนด้วย และขอ… เพื่อนเรามันก็ถึงบางอ้อ แม่บ้านเขาก็เลยบอกว่าพรุ่งนี้จะบอกเจ้าของอพาร์ทเม้นมาทำพิธีเชิญวิญญาณจะดีกว่า เรื่องมันก็มีเท่านี้

ตอนนี้เพื่อนเราก็ย้ายออกมาแล้วไม่ไช่กลัว มันจบการศึกษาและได้งานทำนต่างจังหวัด และมันก็ยังทิ้งท้ายว่า เห็นมะ ว่าการเป็นเกย์ มันดีอย่างนี้นี่เอง มะงั้นมันคงไหลตายไปแล้วแน่ ๆๆ จบ ยาวหน่อยนะ เราอยากให้เห็นภาพอ่ะ

Posted in ผี อาถรรพ์ | Tagged , | Leave a comment

หลวงปู่ศุข

หลวงปู่ศุข เกสโร (พระครูวิมลคุณากร)
วัดปากคลองมะขามเฒ่า ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท

เป็นพระอาจารย์ที่เคารพนับถือของ พล.ร.อ.พระบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตต์อุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งกองทัพเรือ ท่านเป็นพระอภิญญาที่ทรบงบารมีธรรม และทรงคุณวิเศษในเวทวิทยายากจะหาผู้ใดเทียบเท่า

ตลอดช่วงชีวิตแห่งการครองเพศสมณะ เชื่อได้ว่าหลวงปู่ศุขย่อมมีประสบการณ์เผชิญกับวิญญาณมาไม่น้อย เพียงแต่ท่านไม่เปิดเผยให้ผู้ใดมีโอกาสได้รับรู้ นอกจาเรื่อง “ผีสมภารวัดร้าง” ซึ่งนายยอด สุขทอง ลูกศิษย์คนหนึ่งของท่านรับฟังมาและนำมาเล่าต่อ ดังมีรายละเอียดดังนี้

ครั้งนั้นหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าจาริกธุดงค์ ไปนมัสการพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี เมื่อท่านได้ถวายอภิวาทต่อรอยพระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความปิติอิ่มใจแล้วจึงได้เดินธุดงค์กลับวัดปากคลองมะขามเฒ่าของท่าน ระหว่างเดินทางกลับ

ท่านได้จากริมาพบวัดร้างแห่งหนึ่งในเวลาเย็นย่ำสนธยา ซึ่งถึงกาลอันสมควรหาสถานที่เหมาะสมเพื่อปักกลด หลวงปู่ศุข พิจารณาวัดร้างแห่งนี้เห็นว่าพอจะอาศัยเป็นสถานที่พักผ่อนในราตรีกาลที่จะมาถึงได้ ท่านจึงแบกกลดเข้าไปในเขตธรณีสงฆ์แห่งนั้น

บริเวณทั่วไปของวัดร้างสงัดเงียบ มีโบสถ์ ศาลาการเปรียญและกุฎิ พระครบสมบูรณ์ เพียงแต่ปราศจากพระเณรจำพรรษาคอยดูและรักษาทำนุบำรุง เสนาสนะต่างๆ ดังนั้นศาสนสถานโดยทั่วไปจึงชำรุดทรุดโทรมผุพังเป็นที่น่าสังเวช หลวงปู่ศุขรู้สึกแปลกใจระคนสงสัยทีวัดนี้ ไม่ควรจะปล่อยร้างวังเวงดังที่เห็น เพราะสังเกตดูที่ตั้งขอวัดก็อยู่ในพื้นภูมิทำเลที่เหมาะสม ไม่ใกล้ไม่ไกลจากหมู่บ้านชุมชนเท่าไหรนัก เหตุใดจึงขาดผู้มีจิตกุศลศรัทธาอุปัฎฐากพระเณรถึงเพียงนี้

หลวงปู่เพียงแค่สงสัย แต่ไม่คิดใฝ่ใจใคร่รู้สาเหตุที่มาของวัดร้าง ท่านจึงมองหาที่พักสำหรับคืนนี้ เห็นบริเวณระเบียงด้านหน้ากุฎิหลังใหญ่ดูกว้างขวาง และเปิดโล่งโปร่งสบายก็ตรงไปยังที่น้น วางอัฐบริขารลง แล้วไปเก็บแขนงไม้มารวมกันปัดกวาดพื้นให้สะอาดพอปูอาสนะได้

ขณะที่หลวงปู่ศุขกำลังปัดกวาดอยู่นั้น มีชาวบ้านเป็นชาย2-3 คน เดินมาหาท่านแล้วนังยกมือไหว้นมัสการ คนที่มีอาวุโสที่สุดถามขึ้นว่า “หลวงพ่อมาจากไหนขอรับ” พวกกระผมเห็นหลวงพ่อเดินลัดตัดทุ่งตรงมาที่นี่ จึงรีบมาพบ”
“อาตมาไปนมัสการพระพุทธ่าทสระบุรีมา กำลังจะกลับวัดปากคลองมะขามเฒ่า คืนนี้คงต้องพักที่วัดนี้ชั่วคราว พวกโยมเป็นคนบ้านี้กระมัง”

“ใช่ขอรับ กระผมเองอยูเลยหลังวัดนี้ไปไม่เท่าไหร่ เอ้อ หลวงพ่อขอรับ ท่านพักอยู่ตรงระเบียงหน้ากุฎินี้เห็นทีจะไม่เหมาะสมกระมังครับ”
“ทำไมหล่ะโยม อมตมาเห็นว่าเป็นวัดร้างไม่มีใครดูแลเป็นเจ้าของจึงไม่ได้ขออนุญาตใคร”

” ไม่ใช่เรื่องขออนุญาต หรือไม่ขออนุญาตหรอกขอรับ แต่พวกกระผมเป็นป่วงหลวงพ่อ กลัวว่าหลวงพ่อจะเจอเรื่องไม่ดีไม่งามเข้าตอนกลางค่ำกลางคืน ”
“เรื่องไม่ดีไม่งามที่โยมว่านั่นน่ะ มันเรื่องอะไร” ชายสูงวัยทำท่าอึกอักก่อนจะตัดสินใจไปกราบเรียน “ผีที่นี่เฮี้ยนเหลือกำลังขอรับหลวงพ่อ สาเหตุที่วัดนี้กลายเป็นวัดร้าง ก็เพราะผีดูนี่แหละครับ กระผมเองเคยเป็นมัคทายกวัดนี้รู้เรื่องดีเชียวละ”

แล้วอดีตมัคทายกก็เล่าเรื่องผีวัดร้างให้ปลวงปู่ฟังว่า เมื่อก่อนวัดนี้มีพระเณรจำพรรษาไม่เคยขาด ชาวบ้านร้านตลาดมาทำบุญทำทานกันตลอดเวลา
ต่อมาสมภารเจ้าวัดมรณภาพ ยังไม่ทันจะหาสมภารรูปใหม่มาปกครองดูแลวัด ผีสมภารเปิดฉากออกอาละวาดปลอกปลอนแทบทุกคืนจนพระเณรอกสั่นขวัญหาย แม้ชาวบ้านจะร่วมกันทำบุญแผ่กุศลสักเท่าไหร่ ผีสมภารก็ไม่ยอมไปผุดไปเกิด ยังคงหลอกหลอนเหมือนเดิม กระทั่งพระเณรทนไม่ไหวพากันหนีหายย้ายไปอยู่วัดอื่นหมด

เคยมีพระใหม่ใจกล้ารับอาสาจะมาช่วยบูรณะวัดฟื้นฟูวัด แต่อยู่ได้ไม่กี่วันก็หอบอัฐบริขารจากไป เพราะผีสมภารเล่นงาน
หลวงปู่ศุขรับฟังอดีตมัคทายกวัดเล่าเรื่อผีสมภารโดยสงบมิได้แสดงความคิดเป็นแต่ประการใด เมื่อมัคทายกกราบเรียนแนะนำให้ท่านย้ายที่ปักกลดไปอยู่นอกเขตวัดจะดีกว่า ท่านก็เฉยเสีย บอกแต่เพียงว่าคงไม่เป็นไร เพราะท่านมาอาศัยคืนเดียวแล้วก็ไป ผีสมภารคงไม่ทำอะไร เมื่อหลวงปู่ยืนยันเช่นนี้ ชาวบ้านก็จำต้องนมัสการกราบลากลับไป ทั้งที่ห่วงใยท่านจะทานวิญญาณร้ายของสมภารเจ้าวัดที่ตายไปไม่ไหว

หลวงปู่กางกลด จัดวางบริขารและปูอาสนะเรียบร้อย เมื่อความมืดของราตรีมาเยือน วัดก็ยิ่งวังเวงหนักขึ้น หลวงปู่ไหว้พระสวดมนต์ทำวัตรเย็นตามกิจของท่านแล้วเข้ากลด เจริญสมาธิภาวนาเช่นที่เคยปฎิบัติมา โดยไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น

ตราบกระทั่งดึกสงัด ก็ปรากฎเสียงบานหน้าต่างของกุฎิหลังใหญ่กระแทกเปิดปิดดังสนั่น ทั้งๆ ที่ประตูหน้าต่างใส่ดาลลั่นกลอนปิดสนิท จะเป็นเพราะลมก็ไม่ใช่เพราะเวลานั้นลมสงบเงียบเชียบ

หลวงปู่ศุข กำลังพักผ่อนต้องลุกขึ้นมานั่ง คอยดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไปอีก ท่านก็ไม่ต้องคอยนาน เมื่อตรงหน้ากลดนั้นร่างดำมึนดูทะมึนของสมภารวัดได้ผุดวูบขึ้นมาให้เห็นถนัดชัดเจน พร้อมกับพูดขึ้นด้วยเสียงแหบห้าวดุจไม่พอใจ
” มาทำไม?”

“ผมไปรุกขมูลมา จะขออาศัยนอนที่นี่สักคืน” หลวงปู่ศุข ตอบ
ผีสมภารนิ่งแล้วหายวับ คราวนี้เกิดเสียงดังโครมครามสนั่นหวั่นไหว ภายในกุฎิไม่ยอมหยุด ประหนึ่งต้องการขับไล่หลวงปู่ศุขน ทว่าหลวงปู่มิได้หวั่นไหวต่อการแสดงฤทธิ์ของผีสมภาร

ยิ่งไปกว่านั้น ท่านยังรู้สึกสงสารเวทนาต่อดวงวิญญาณมิจฉาทิฐิที่หลงวนเวียนยึดเหนี่ยวในสถานที่นี้ไม่ยอมไปผุดไปเกิดในภพภูมิที่ดีกว่า ทั้งๆที่บวชเรียนในพระพุทธศาสนามานานถึงขึ้นเป็นสมภารเจ้าวัด

หลวงปู่ศุขสำรวมจิตแผ่เมตตาไปให้ แต่เสียงสนั่นหวั่นไหวภายในกุฎิ ก็ไม่ยอมหยุด สวดมนต์อีกหลายบท ผีสมภารก็ยังไม่รับรู้ มิหนำซ้ำ ผีสมภารยังมาปรากฎร่างยืนตระหว่างตรงหน้ากลด แผดเสียงหัวเราะเย้ยหยันแล้วคำรามลั่นบอกว่า “ไม่กลัวหรอก มีคาถาอะไรก็ว่ามาอีกซิ”

หลวงปู่ศุขเห็นผีสมภารดื้อด้านถึงเพียงนี้ ท่านจึงกล่าวออกมาดังๆว่า
“อนิจจาเอ๋ยไม่เคยเห็น ผีตายหรือจะสู้กับผีเป็น นะโมพุทธายะ”

ด้วยถ้อยคำประโยคนี้ ผีสมภารก็หายวับไปไม่มีเสียงโครมครามใดๆ ตามมาอีก และหลวงปู่ศุขก็ไม่ใส่ใจสนใจอีกต่อไป เอนกายลงพักผ่อนตามปกติของท่าน
เช้าวันรุ่งขึ้นอดีตมัคทายกและชาวบ้านกลุ่มใหญ่รีบมาที่วัดแต่เช้า เห็นหลวงปู่ศุขเป็นปกติดีไม่มีอะไร ต่างปีตีดีใจเข้ามากราบไหวันมัสการสอบถาม ว่าเมื่อคืนมีเหตุการณ์ร้ายๆอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ หลวงปู่ไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มๆ ทำนองมิให้ซักไซร้ให้มากความ ชาวบ้านจึงไม่กล้าละลาบละล้วงถามอีก

จากนั้นก็กลับไปจัดหาภัตราหารเช้ามาถวาย
เมื่อท่านกระทำภัตกิจเรียบร้อย ชาวบ้านนิมนต์ให้ท่านพักอยู่ที่นี่ก่อน เพื่อพวกเขาจะได้มีโอกาสทำบุญสร้างกุศลกันบ้าง หลวงปู่ศุขก็เมตตารับนิมนต์
หลวงปู่พำนักอยู่ที่กุฎิร้างของสมภารเก่า ๕ คืน ไม่กรากฎมีผีสมภารออกอาละวาดอีกเลย

ท่านเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วจึงเก็บอัฐบริขารเพื่อเดินทางต่อไปชาวบ้านอ้อนวอนให้ท่านเป็นสมภารวัดร้างแห่งนี้ แต่หลวงปู่ไม่อาจรับศรัทธาญาติโยมข้อนี้ได้

Posted in ผี อาถรรพ์ | Tagged , , , | 1 Comment